http://www.korat-classic.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  บทความ  เว็บบอร์ด  รวมรูปภาพ
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 10/05/2007
ปรับปรุง 08/06/2016
สถิติผู้เข้าชม1,060,511
Page Views1,277,214
Menu
หน้าแรก
บทความ
เว็บบอร์ด
รวมรูปภาพ
แบรนด์เนม
การเงิน
บ้านและสวนสวย
บ้านและสวนสวย
ความรู้ทั่วไป
ฟุตบอล
อาชีพการงาน
สุขภาพและร่างกาย
เพื่อน
เสื้อผ้า
การตกแต่งบ้าน
โทรศัพท์มือถือ
« October 2018»
SMTWTFS
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031   
 

เดวิด เบ็คแฮม

เดวิด เบ็คแฮม

จากบ้านเล็กๆทางย่านเลย์ตันสโตน ทางตะวันออกของกรุงลอนดอน ทายาทของพ่อครัวที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของทีม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สู่การเป็นซูเปอร์สตาร์ลูกหนังระดับหมื่นล้านคนแรกของโลก กับชื่อที่ไม่มีใครรู้จัก "เดวิด เบ็คแฮม"


 เดวิด โรเบิร์ต โจเซฟ เบ็คแฮม โอบีอี - อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษและเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงและโด่งดังที่สุดในโลก ในฐานะมิดฟิลด์รูปหล่อฝีเท้าดีและมีภาพลักษณ์ของความเป็นซูเปอร์สตาร์เต็มเปี่ยม และยังเคยได้รับการยกย่องจากเปเล่ ราชาลูกหนังโลกให้ติด 1 ใน 100 นักฟุตบอลของโลก รวมทั้งยังเคยได้รับการยกย่องจากนิตยสาร Time ให้เป็น 100 บุคคลตัวอย่างของโลก

 เบ็คแฮม หรือ "เบ็คส์" เริ่มต้นชีวิตในวัยเด็กที่มหานครลอนดอน และได้รับอิทธิพลและการปลูกฝังความรักที่มีต่อทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จากเท็ด เบ็คแฮม บิดาที่มักจะหอบหิ้วเจ้าหนูเดวิด ไปชมเกมของเร้ด เดวิลส์ ที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ดบ่อยๆ และสิ่งนี้ได้กลายเป็นความผูกพันชั่วชีวิตของเบ็คแฮม ที่มีต่อทีมปีศาจแดง

 เจ้าหนูเดวิด ยังโชคดีมากกว่าแฟนบอลตัวน้อยอีกนับร้อยนับพันเมื่อได้เข้าไปเยี่ยมชมโรงเรียนลูกหนัง "บ็อบบี้ ชาร์ลตัน" และยังเคยเป็น "มาสค็อต" (เด็กๆที่นักบอลจะจูงมือลงสนาม) ของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมที่พบกับเวสต์แฮม ในปี 1986 ด้วย

 แต่กว่าที่จะได้เข้ามาเป็นนักฟุตบอลของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จริงๆ เบ็คแฮม ก็ต้องผ่านการทดสอบทีมระดับเยาวชนของเลย์ตัน โอเรียนท์ แต่ได้ลงเล่นให้สเปอร์ส เป็นทีมแรกแทน ก่อนที่จะมีโอกาสได้เซ็นสัญญาเป็นนักเตะฝึกหัดของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในวันเกิดอายุครบ 14 ปี และนี่เป็นก้าวแรกในการเติมเต็มความฝันของนักฟุตบอลที่โด่งดังที่สุดของอังกฤษในยุคนี้

 พรสวรรค์ของเบ็คแฮม เริ่มโดดเด่นเหนือเพื่อนร่วมรุ่นและเป็นกำลังสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์เอฟเอ ยูธคัพ ในปี 1992 โดยเป็นผู้ทำประตูชัยให้ทีมเอาชนะคริสตัล พาเลซ ได้ด้วยในเกมนัดที่ 2 ก่อนที่จะได้รับโอกาสจากอเล็กซ์ เฟอร์กูสัน (ขณะนั้นยังไม่มียศท่านเซอร์) ให้ขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่

 เบ็คแฮม ลงสัมผัสเกมแรกให้กับทีมชุดใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 1992 ด้วยการลงเป็นตัวสำรองในเกมลีก คัพ ในนัดที่พบกับไบรจ์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ก่อนจะได้เซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรก แต่ก็ยังต้องอยู่ในทีมชุดสำรองเป็นส่วนใหญ่ กระนั้นก็ยังพาทีมคว้าแชมป์ลีกสำรองได้

 ในฤดูกาล 1994/95 เฟอร์กี้ ส่งเบ็คแฮม ไปขัดเกลาตัวเองที่เปรสตัน นอร์ธ เอนด์ ซึ่งเบ็คแฮม ก็ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการเล่นเป็นทีมตัวจริงอย่างเต็มที่ก่อนที่จะกลับมาและมีโอกาสลงเล่นในเกมพรีเมียร์ลีก เกมแรกในเกมที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบกับคู่แค้นอย่างทีม "ยูงทอง" ลีดส์ ยูไนเต็ด ในวันที่ 2 เม.ย.1995 และเริ่มเข้ามามีส่วนในทีมชุดใหญ่ของเฟอร์กี้ มากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเพื่อนร่วมรุ่นอีกหลายคนอย่าง แกรี่-ฟิล พี่น้องเนวิลล์ ,นิคกี้ บัตต์ ,พอล สโคลส์ ที่เป็นที่รู้จักกันในนาม Fergie's Babe

 แต่จุดเริ่มต้นตำนานจริงๆ ของเบ็คแฮม คือการทำประตูมหัศจรรย์ด้วยการยิงจากระยะกว่าครึ่งสนามในเกมที่พบกับวิมเบิลดัน ในเดือน ส.ค. 1996 ซึ่งเบ็คแฮม แสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ในการวางบอลเข้าสามเหลี่ยมสุดที่นีล ซัลลิแวน ผู้รักษาประตูวิมเบิลดัน จะวิ่งกลับไปรับทันได้

 ประตูนี้ทำให้ชื่อของเดวิด เบ็คแฮม เป็นที่รู้จักของคนอังกฤษและกลายเป็น "ประตูทอง" ของชีวิตเขาอย่างแท้จริง

Click on Copy URL (below link) for copy to clipboard  เบ็คแฮม ถูกเรียกตัวติดทีมชาติอังกฤษทันทีไม่นานหลังยิงประตูดังกล่าว และลงเล่นเกมทีมชาตินัดแรกในวันที่ 1 ก.ย. ในนัดที่พบกับมอลโดวา ในเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกก่อนที่จะช่วยพาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และคว้ารางวัลนักฟุตบอลดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของสถาบันพีเอฟเอ มาครองได้

 ชื่อเสียงของมิดฟิลด์รูปหล่อขจรขจายไปทั่ว และในช่วงนี้เองที่เขาเริ่มพบกับวิคตอเรีย อดัมส์ หนึ่งในสมาชิกนักร้องวงสไปซ์เกิร์ล ที่ต่อมากลายเป็นคู่แท้ปาฏิหารย์และมีส่วนช่วยส่งเสริมกันและกันจนกลายเป็นคู่รักที่โด่งดังมากที่สุดในโลกคู่หนึ่ง และมีครอบครัวที่อบอุ่นด้วยลูกชายสุดน่ารักทั้ง 3 คือบรู๊คลีน (ที่มาจากชื่อของสะพานบรู๊คลีน ในมหานครนิวยอร์ค) ,โรเมโอ และโจเซฟ

 แต่ชีวิตของเบ็คแฮม ก็ไม่ได้มีแต่ขาขึ้นเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ครั้งหนึ่งเขาเคยเกือบต้องกลายเป็นนักฟุตบอลไร้อนาคตด้วยซ้ำ เมื่อถูกตราหน้าว่าเป็นคนที่ทำให้ทีมชาติอังกฤษ ต้องพ่ายแพ้ต่อทีมชาติอาร์เจนติน่า ในเกมรอบที่ 2 ของฟุตบอลโลก 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศส หลังโดนใบแดงไล่ออกจากสนามด้วยการทำท่าจะถีบใส่ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ กองกลางจอมตุกติกของทีมฟ้าขาว

 ช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่เบ็คแฮม ตกต่ำที่สุด คนทั้งอังกฤษโห่ไล่ด่าทอใส่เขา แต่ด้วยกำลังใจที่เข้มแข็งและการปกป้องดูแลอย่างสุดกำลังของอเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ทำให้ดาวเตะผู้นี้ก้าวผ่านช่วงวิกฤติชีวิตมาได้และค่อยๆ เรียกชื่อเสียงกลับมาได้ทีละน้อย

 ในปี 1999 ชีวิตของเบ็คแฮม พลิกกลับมาถึงจุดสูงสุดในการเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยการมีส่วนพาทีมคว้าเทรเบิ้ลแชมป์ - พรีเมียร์ลีก ,เอฟเอ คัพ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยฟอร์มการเล่นที่สุดยอดไม่ว่าจะเป็นการเปิดบอลจากริมเส้น การยิงลูกฟรีคิกระดับพระกาฬ และความมุ่งมั่นทุ่มเทจนเสียงโห่ที่เคยมีกลายเป็นเสียงเชียร์อย่างสุดกำลัง ในปีนี้เองเบ็คแฮม ยังได้อันดับที่ 2 ของรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของยุโรป หรือบัลลงดอร์ และที่ 2 ในรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่าอีกด้วย

 หลังจากนั้นกราฟชีวิตของเบ็คแฮม ก็พุ่งขึ้นเป็นจรวด เขากลายเป็นซูเปอร์สตาร์ลูกหนังที่โด่งดังที่สุดในโลกและยังคงประสบความสำเร็จในการเล่นกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างไม่ขาด แถมยังได้รับตำแหน่งปลอกแขนกัปตันทีมชาติอังกฤษมาครองอีกด้วย

 ซึ่งตำแหน่งกัปตันทีมนี้เองทำให้เบ็คแฮม กลายเป็นขวัญใจมหาชนคนอังกฤษอย่างเต็มภาคภูมิ รวมทั้งสร้างกระแสความคลั่งไคล้ในตัวกัปตันสุดหล่อผู้นี้ที่แม้จะทำผมทรงโมฮีแกนอันแปลกประหลาดก็ยังมีแฟนบอลแห่ไปทำผมทรงนี้ตามเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นการตอกย้ำความเป็นซูเปอร์สตาร์และความเป็นผู้นำแฟชั่นในสนามฟุตบอลของเบ็คแฮมอีกด้วย

 แต่ชีวิตที่น่าจะจบลงด้วยการเป็นตำนานตลอดกาลของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ต้องปิดฉากลงก่อนถึงเวลาอันควร เมื่อชื่อเสียงและความโด่งดังของเบ็คแฮม เริ่มนำไปสู่รอยร้าวในความสัมพันธ์กับเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่นับถือกันเป็นพ่อคนที่สอง และฟางเส้นสุดท้ายระหว่างทั้งสองคนคือการที่เฟอร์กี้ บันดาลโทสะหลังผิดหวังกับฟอร์มของเบ็คแฮมด้วยการเตะสตั๊ดใส่จนทำให้เกิดรอยแผลที่หางคิ้วและเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก

 จบฤดูกาล 2002/03 เบ็คแฮม ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นโอบีอี (OBE) แต่ก็ถูกขายให้กับทีม "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์ และกลายเป็นหนึ่งในนักเตะซูเปอร์สตาร์ของเรอัล มาดริด ที่รู้จักกันในนาม "กาลาคติกอส"

 แต่ชีวิตในทีมเรอัล มาดริด ของเบ็คแฮม ก็ไม่สมหวังนักเมื่อทีมลอส เมเรนเกส เข้าสู่ภาวะตกต่ำ ซึ่งแม้ว่าความนิยมในทั่วโลกจะเพิ่มสูงขึ้นจากการมาถึงของซูเปอร์สตาร์ชาวเมืองผู้ดี แต่ก็ไม่ได้ทำให้ดัชนีความสุขของเบ็คแฮม เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด

 กับชีวิตในทีมชาติอังกฤษ เบ็คแฮม เริ่มถูกมองว่าเป็นตัวถ่วงของทีมด้วยอิทธิพลที่มีมากเกินไปเป็นการปิดกั้นขวางทางเกิดของบรรดาดาวเตะรุ่นน้องหลายๆ ราย และในฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมัน ก็ได้กลายเป็นรายการที่ฝังเขาให้จมสนิทต่างจากเมื่อครั้งฟุตบอลโลก 2002 ที่ความนิยมพุ่งสูงสุด (เพราะคะแนนเห็นใจจากอาการกระดูกเท้าแตกด้วย)

 ในฟุตบอลโลกที่เมืองเบียร์ เบ็คแฮม ไม่ได้ทำผลงานที่น่าประทับใจเลยซึ่งก็ไม่แตกต่างจากขุนพลทีมชาติอังกฤษทั้งชุดที่เล่นกันได้ค่อนข้างต่ำกว่ามาตรฐานแม้จะเอาตัวรอดมาได้ถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายก็ตาม ซึ่งหลังจบรายการเบ็คแฮม ที่ได้รับบาดเจ็บในเกมกับโปรตุเกสด้วย ได้แสดงความรับผิดชอบด้วยการขอลาออกจากการเป็นกัปตันทีมชาติอังกฤษ พร้อมๆ กับการลาออกของสเวน โกรัน อีริคส์สัน ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษที่แจ้งไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว

 การลาออกดังกล่าวถือเป็นจุดจบของเบ็คแฮม ในนามทีมชาติอย่างแท้จริงเมื่อสตีฟ แม็คคลาเรน ผู้จัดการคนใหม่ประกาศจุดยืนชัดเจนว่าไม่ต้องการเบ็คแฮม อยู่ในทีมต่อไปเนื่องจากต้องการนักเตะสายเลือดใหม่ที่จะนำสิงโตคำรามสู่ยุคใหม่ ทำให้ความฝันของเบ็คแฮม ที่จะสะสมหมวกทีมชาติครบ 100 ใบต้องมีอันสลายไปได้แค่ 94 ใบเท่านั้น

 ยังไม่พอ กับเรอัล มาดริด ที่มีการเปลี่ยนแปลงประธานสโมสรจากฟลอเรนติโน่ เปเรซ และโค้ชเป็นฟาบิโอ คาเปลโล่ ก็มีส่วนทำให้เบ็คแฮม กลายเป็นส่วนเกินในทีมทันทีเนื่องจากคาเปลโล่ ไม่นิยมชมชอบเท่าไรนัก และหลังจากต้องตกเป็นตัวสำรองมาโดยตลอด ซูเปอร์สตาร์ผู้นี้จึงขอเลือกเส้นทางใหม่กับการไปเป็นดาวดังในสหรัฐอเมริกา กับแอลเอ แกแล็กซี่แทนจนถึงปัจจุบัน พร้อมรับเงินค่าเหนื่อยมหาศาลที่สุดในโลกลูกหนัง

Click on Copy URL (below link) for copy to clipboard

ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ : เดวิด โรเบิร์ต โจเซฟ เบ็คแฮม
วันเกิด : 2 พฤษภาคม 1975
เกิดที่ : เลย์ตันสโตน ลอนดอน, อังกฤษ
ตำแหน่ง : กองกลาง, กองกลางฝั่งขวา
ส่วนสูง : 182 ซม.
ฉายา : เบ็คส์, DB7
สโมสรปัจจุบัน : แอลเอ แกแล็คซี่
หมายเลขเสื้อ : 23, 7
สโมสรอาชีพ
ปี สโมสร ลงเล่น ประตู
1992 - 2003 แมนยูฯ 265 62
2003 - 2007 เรอัล มาดริด 105 12
2007-ปัจจุบัน       แอลเอ แกแล็คซี่
ทีมชาติ
1996 - 2006 อังกฤษ 94 17

Tags : เดวิด เบ็คแฮม

 
 หน้าแรก  บทความ  เว็บบอร์ด  รวมรูปภาพ
view